วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

จากการเผยแพร่จากเว็บไซต์กรมสรรพากร ในเรื่องของ "อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและการคำนวณภาษี" สถาบันคัสเม่ขอนำเสนอต่อท่านที่สนใจดังต่อไปนี้



(1) อัตราภาษี

ก. กรณีลดอัตราภาษี ให้คำนวณภาษีดังนี้

(1.1) กรณีเป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ไม่ใช่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (1.2) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2558 ให้คำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ

(1.2) กรณีเป็นบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา โดยในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2558 เป็นต้นไป ให้คำนวณภาษี ในอัตราดังนี้

                      กำไรสุทธิ                                                   อัตราภาษีร้อยละ
ไม่เกิน 300,000 บาท                                                                 ยกเว้น
เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท                              15
เกิน 3,000,000 บาท ขึ้นไป                                                            20

(1.3)  กรณีเป็นกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคให้คำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ สำหรับรายได้ที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือหรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานฯ ดังต่อไปนี้

                           (ก)  รายได้จากการให้บริการของสำนักงานฯ ได้แก่ วิสาหกิจในเครือหรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานฯ
                            (ข)  ดอกเบี้ยรับ ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สำนักงานฯ ได้กู้มาเพื่อให้กู้ยืมต่อ
                            (ค)  ค่าสิทธิ รวมทั้งค่าสิทธิที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่นำผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสำนักงานไปใช้ในการผลิตสินค้าหรือให้บริการแก่สำนักงานฯ วิสาหกิจในเครือหรือสาขาต่างประเทศของสำนักงาน ฯ ทั้งนี้ เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสำนักงานฯ ที่กระทำขึ้นในประเทศไทย

 (1.4)  กรณีเป็นกิจการนำเข้าส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพลังงานให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ให้คำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป สำหรับรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิงตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้วย ทั้งนี้ บริษัทซึ่งประกอบกิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกรรมและการซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงได้แจ้งการเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพลังงานในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นต้นไป

 (1.5)  กรณีเป็นกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจซึ่งประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลาเฉพาะในท้องที่อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอ สะบ้าย้อย และจังหวัดสตูล และมีรายได้ที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้าหรือการขายสินค้าหรือการให้บริการ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ให้คำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 3 ของกำไรสุทธิ สำหรับ 3 รอบระยะเวลาบัญชี ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชี 2558 ที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ถึงรอบระยะเวลาบัญชี 2560 ที่สิ้นสุดภายในหรือหลังวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

 (1.6)  กรณีกิจการเป็นศูนย์กลางการหาสินค้าเพื่อการผลิตระหว่างประเทศ ให้คำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของกำไรสุทธิ

 (1.7)  กรณีได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้เสียภาษีจากยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับ

ข.   ภาษีจากกำไรสุทธิเฉพาะกรณีที่ได้จากการประกอบกิจการวิเทศธนกิจตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการประกอบกิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย ์ ลงวันที่16 กันยายน 2535 ร้อยละ 10

(2)   การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิและต้องคำนวณภาษีเงินได้ นิติบุคคล และยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีปีละ 2 ครั้ง ดังนี้ 

ก.   การคำนวณเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ได้มีบัญญัติไว้ในมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวล รัษฎากรดังนี้ 

                 (1)   ในกรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล นอกจากที่กล่าวใน (2) ให้จัดทำประมาณการกำไร สุทธิ หรือขาดทุนสุทธิ ซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำหรือจะได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น แล้ว ให้คำนวณและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจากจำนวนกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

                 (2)   ในกรณีบริษัทจดทะเบียนธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดให้คำนวณและชำระภาษีจากกำไรสุทธิ ของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วัน แรกของรอบระยะเวลาบัญชีตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี

                 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีนี้ให้ถือเป็นเครดิตในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อสิ้น รอบระยะเวลาบัญชีคือ เอาไปหักออกจากภาษีที่ต้องเสียจากกำไรสุทธิของทั้งรอบระยะเวลาบัญชีและในกรณีที่ภาษีที่เสีย ไว้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีสูงกว่าภาษีที่จะต้องเสียทั้งรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลก็มีสิทธิขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินได้

                 กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีรอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย น้อยกว่า 12 เดือน ไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี

ข.   การคำนวณเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี การคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้คำนวณกำไรสุทธิตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน ประมวลรัษฎากร โดยนำกำไรสุทธิดังกล่าวคูณด้วยอัตราภาษี เงินได้นิติบุคคล จะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ต้องชำระ ถ้าคำนวณกำไรสุทธิออกมาแล้วปรากฎว่า ไม่มีกำไรสุทธิ หรือขาดทุนสุทธิ บริษัทไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าการจัดทำบัญชีของบริษัทได้จัดทำขึ้นตามหลักบัญชีโดยไม่ได้ปฎิบัติตามเงื่อนไขในประมวลรัษฎากรเมื่อ จะคำนวณภาษีบริษัทจะต้องปรับปรุงกำไรสุทธิดังกล่าวให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน ประมวลรัษฎากรแล้วจึง คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

"หน้าต่างแห่งความรู้ ประตูสู่ความสำเร็จ"

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ขาเที่ยวต้องดู! เที่ยวที่ไหนได้ลดหย่อนและรวบรวมรายชื่อโรงแรมที่ใช้สิทธิได้

ขาเที่ยวต้องดู! เที่ยวที่ไหนได้ลดหย่อนและรวบรวมรายชื่อโรงแรมที่ใช้สิทธิได้


อีกไม่นานก็จะสิ้นปีแล้ว สถาบันคัสเม่คาดว่าหลายท่านก็น่าจะเริ่มวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อต้อนรับวันหยุดยาว ฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันใช่ไหมคะ ในวันนี้ทางสถาบันจึงขออนุญาติรวบรวมรายชื่อธุรกิจโรงแรมในประเทศ ที่ท่านสามารถนำค่าที่พักมาหักเป็นค่าลดหย่อนทางภาษี โดยสามารถหักได้ตามจริงแต่สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทค่ะ  โดยมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวนี้นั้น ก็สืบเนื่องมาจากแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองรองของภาครัฐ  ที่นักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศในเขตจังหวัดเมืองรอง สามารถนำค่าใช้จ่าย เช่น ค่าที่พัก หรือค่าบริการธุรกิจนำเที่ยว มาหักลดหย่อนภาษีปี 2561 ได้


ด้วยเหตุนี้สถาบันคัสเม่จึงขออนุญาติรวบรวมรายชื่อธุรกิจโรงแรมต่างๆในประเทศที่ท่านสามารถนำมาใช้หักลดหย่อนได้สำหรับทุกท่านที่สนใจ  แต่อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่จะนำมาหักได้นั้น ต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้ด้วยนะคะ

1. ต้องเดินทางท่องเที่ยวในเมืองรอง 55 จังหวัด ในช่วงวันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2561
2. เป็นค่าที่พักในโรงแรมเมืองรองที่ได้จดทะเบียนตามกฏหมายว่าด้วยโรงแรม
3. เป็นค่าที่พักโฮมเสตย์เมืองรอง ที่มีมาตรฐานผ่านการรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
4. เป็นค่าที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม โดยเจ้าของบ้านนําพื้นที่ในบ้านมาดัดแปลงเป็นห้องพักเพื่อหารายได้เสริม มีจํานวนไม่เกิน 4 ห้อง มีผู้พักรวมกันไม่เกิน 20 คน และต้องจดแจ้งข้อมูลกับกระทรวงมหาดไทยแล้ว
5. เป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง
6. เป็นค่าบริการนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง ร่วมกับจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดท่องเที่ยวรอง ตามเส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ซึ่งสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการหักค่าลดหย่อนในครั้งนี้ ท่านสามารถนำใบเสร็จรับเงินทั้งที่เป็นแบบเฉพาะที่แสดงค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือแบบที่เป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปก็ได้ค่ะ อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องระบุชื่อผู้มีเงินได้ที่ได้จ่ายค่าใช้จ่าย รวมทั้งจำนวนเงิน, วันเดือนปี ที่จ่ายด้วยค่ะ และกรณีเป็นค่าบริการนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จำเป็นต้องระบุลำดับที่ได้รับการรับรองเส้นทางท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในหลักฐานการรับเงินด้วยนะคะ

คราวนี้ถึงเวลาเช็คแล้วว่า จะมีรายชื่อโรงแรม/ที่พักใดบ้างที่เราสามารถนำไปหักลดหย่อนได้ เราไปเช็คกันเลยค่ะ

ดาวน์โหลดรายชื่อโรงแรม* click
ดาวน์โหลดเบอร์ติดต่อเพื่อสอบถามโดยตรงในแต่ละจังหวัด click
เช็คผ่านระบบ online click

*หมายเหตุ  ปีที่อัพเดตข้อมูลล่าสุด: 2559




หลักสูตร: การแก้ไขปัญหาสำคัญทางการบัญชีและจุดตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริต
วันและเวลา: เสาร์ที่ 22 ธ.ค.2561 (9.00 - 17.00 น.) เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 8.30 น.
วิทยากร: ดร.สมชาย เลิศภิรมย์สุข, ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต, คณบดีคณะบัญชี มหาวิทยาลัยธนบุรี, กรรมการวิชาชีพบัญชีฯ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์, วิทยากรพิเศษให้กับหน่วยงานที่มีชื่อเสียงทั้งภาครัฐฯและเอกชนหลายแห่ง
สถานที่: โรงแรมโกลเด้นซิตี้ จ.ระยอง
รหัสหลักสูตร: 6112-06-153-002-02
CPA&CPD สามารถนับชั่วโมงบัญชีได้ 6.30 ชั่วโมง
ราคา: 2,140 บาท/ที่นั่ง (รวม VAT, เอกสาร, อาหารกลางวัน & เบรคแล้ว)
**โปรโมชั่นสำหรับสมาชิก** ลดทันที 10% จากราคาปกติ เหลือเพียง 1,926 บาท (ราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว, ก่อน VAT = 1,800 บาท)
สมัครสมาชิกฟรีที่นี่: https://www.kasmethai.com/blank หรือ @LINE: KASMETHAI
สำรองที่นั่งที่นี่: CLICK


วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561

23 พฤศจิกายนนี้ กับหลักสูตร "ติดอาวุธทางปัญญา พิชิตปัญหาประมวลรัษฎากร (ตอน VAT)" by อ.ดำริ ดวงนภา

สัมมนาทางภาษีที่ผู้ประกอบการชาวชลบุรี ไม่ควรพลาด!!
🚩 เจาะประเด็นภาษีซื้อ
🚩 รู้ชัดกับใบกำกับภาษีปลอม
🚩 จุดความรับผิดทางภาษี "TAX POINT"
🚩 ขายแบบไหน NO VAT
🚩 พบกรณีศึกษาแบบเจาะลึก ที่จะมาเปิดประเด็นโดยท่าน อ.ดำริ ดวงนภา ให้ท่านเจ้าของกิจการได้รู้ชัด รู้จริง ก่อนใครที่นี่และที่เดียว ณ โรงแรมชลจันทร์ รีสอร์ท พัทยา, จ.ชลบุรี

❆❆ หลักสูตรนี้สามารถนับชั่วโมง CPD ได้ 6 ชั่วโมงอื่น ❆❆ ทุกที่นั่งมีคู่มือแจกพร้อม CD เฉพาะกิจด้านภาษีสำหรับท่านที่เข้ารับการอบรมในรอบนี้เท่านั้น❆❆ ที่นั่งมีจำนวนจำกัด รับเพียง 30 ท่าน สำรองที่นั่งด่วนวันนี้พร้อมรับโปรในราคาพิเศษ เพียง 1,800 บาท (+vat) ได้ทาง >>>> https://goo.gl/forms/J9PhCglzPp0unNY73


รวมมิตรหลักฐานการรับเงินที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องรู้!

การเริ่มต้นธุรกิจเป็นของตัวเอง คือสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ และสามารถเริ่มกิจการได้ในรูปของทั้งบุคคลธรรมดา หรือรูปแบบนิติบุคคล 

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการที่ได้จดเข้าระบบ VAT หรือ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยนั้น สิ่งสำคัญมากอีกสิ่งหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจ เมื่อมีการขายสินค้าหรือการให้บริการ นั่นก็คือหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านการขายสินค้า/การให้บริการ

ในวันนี้ สถาบันคัสเม่ขอเผยแพร่รายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักบัญชีทุกท่านสามารถติดตามอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ




รวมมิตรหลักฐานการรับเงินที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องรู้!

ใบเสร็จรับเงิน = ใบรับ ที่แสดงการรับชำระเงิน

หากเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็จะต้องมี "ใบกำกับภาษี" มาเกี่ยวข้องนอกเหนือจากใบเสร็จรับเงิน ลักษณะของใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี จะต้องมีสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้จึงจะถือว่าถูกต้อง สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะใช้ใบกำกับภาษีกับใบเสร็จรับเงินในฉบับเดียวกันก็ได้

ทั้งนี้ นิยามคำว่า “ใบรับ” ตามมาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร หมายความว่า

(ก) บันทึก หรือหนังสือใด ๆ ที่เป็นหลักฐานแสดงว่าได้รับ ได้รับฝาก หรือได้รับชำระเงินหรือตั๋วเงิน หรือ
(ข) บันทึก หรือหนังสือใด ๆ ที่เป็นหลักฐานแสดงว่าหนี้หรือสิทธิเรียกร้องได้ชำระหรือปลดให้แล้ว

บันทึก หรือหนังสือที่กล่าวนั้นจะมีลายมือชื่อของบุคคลใด ๆ หรือไม่ ไม่สำคัญ โดยสาระสำคัญและกฎหมายของใบกำกับภาษี และ ใบรับ สรุปได้ดังนี้

รายการ: ใบรับ   ตัวอย่างใบรับ
กฏหมายอ้างอิงตามประมวลรัษฎากร: มาตรา 105 ทวิ
สาระสำคัญ:
1. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ
2. ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ออกใบรับ
3. เลขลำดับของเล่มและของใบรับ
4. วัน เดือน ปี ที่ออกใบรับ
5. จำนวนเงินที่รับ
6. ชนิด ชื่อ จำนวนและราคาสินค้า ในกรณีการขายหรือให้เช่าซื้อสินค้าเฉพาะชนิดที่มีราคาตั้งแต่ หนึ่งร้อยบาทขึ้นไป

รายการ: ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป   ตัวอย่างใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
กฏหมายอ้างอิงตามประมวลรัษฎากร: มาตรา 86/4
สาระสำคัญ:
1. คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ จดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86 วรรคสี่หรือมาตรา 86/2 หรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86/3 ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)
5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
8. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

รายการ: ใบกำกับภาษีอย่างย่อ   ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อ
กฏหมายอ้างอิงตามประมวลรัษฎากร: มาตรา 86/6
สาระสำคัญ:
1. คำว่า "ใบกำกับภาษีอย่างย่อ" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
2. ชื่อ หรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจด ทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี
3. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)
4. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
5. ราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการ โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
6. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
7. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

รายการ: ใบเพิ่มหนี้   ตัวอย่างใบเพิ่มหนี้
กฏหมายอ้างอิงตามประมวลรัษฎากร: มาตรา 86/9
สาระสำคัญ:
1. คำว่า "ใบเพิ่มหนี้" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบเพิ่มหนี้ และในกรณีตัวแทนเป็นผู้ออกใบเพิ่มหนี้ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ของตัวแทนนั้นด้วย
3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
4. วัน เดือน ปี ที่ออกใบเพิ่มหนี้
5. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม รวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี) มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่าที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการ ผลต่างของจำนวนมูลค่าทั้งสองและจำนวนภาษีที่เรียกเก็บเพิ่มสำหรับส่วนต่างนั้น
6. คำอธิบายสั้น ๆ ถึงสาเหตุในการออกใบเพิ่มหนี้
7. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

รายการ: ใบลดหนี้    ตัวอย่างใบลดหนี้
กฏหมายอ้างอิงตามประมวลรัษฎากร: มาตรา 86/10
สาระสำคัญ:
1. คำว่า "ใบลดหนี้" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขที่ประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบลดหนี้และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบลดหนี้ ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
4. วัน เดือน ปี ที่ออกใบลดหนี้
5. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม รวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี) มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่าที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการ ผลต่างของจำนวนมูลค่าทั้งสองและจำนวนภาษีที่ใช้คืนสำหรับส่วนต่างนั้น
6. คำอธิบายสั้น ๆ ถึงสาเหตุในการออกใบลดหนี้
7. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

**หมายเหตุ**
ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบเสร็จรับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ส่วนราชการเป็นผู้ออกถือเป็นใบกำกับภาษี

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561

รวมมิตรคลิปสาระน่ารู้ทางภาษีในเรื่องของ "สิทธิของผู้เสียภาษี/ผู้ประกอบการ" โดยท่าน อ.ดำริ ดวงนภา

รวมคลิปถ่ายทอดสดฉบับเต็มกับท่าน อ.ดำริ ดวงนภา ในเรื่องของ "สิทธิของผู้เสียภาษีและผู้ประกอบการ"

ท่านใดที่พลาดกับคลิปการถ่ายทอดสดจากสถาบันคัสเม่ ในเรื่องของ "สิทธิของผู้เสียภาษี/ผู้ประกอบการ" โดยท่าน อ.ดำริ ดวงนภา ในวันนี้สถาบันคัสเม่ได้รวบรวมคลิปฉบับเต็ม เพื่อให้ทุกท่านที่สนใจได้รับชมติดตามย้อนหลัง หรือฟังอีกครั้งเพื่อนำสาระประเด็นที่น่าสนใจปรับใช้ในกิจการของท่านได้ค่ะ



ตอนที่ 1  https://www.youtube.com/watch?v=N7sfULrsFdY
ตอนที่ 2  https://www.youtube.com/watch?v=Sl26CGfX6EU&t=119s
ตอนที่ 3 (สิทธิของผู้เสียภาษี/ผู้ประกอบการเมื่อได้รับใบแจ้งการประเมินจากกรมสรรพากร)  https://www.youtube.com/watch?v=7HOMIRfhHAc&t=1326s
ตอนที่ 4 http://kasmethai.blogspot.com/2018/09/live_26.html

KASME Institute
สถาบันคัสเม่
"หน้าต่างแห่งความรู้ ประตูสู่ความสำเร็จ"

**********



วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

การขออนุมัติเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวเพื่อเข้าระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ "VAT Refund for Tourists"

การขออนุมัติเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว เพื่อเข้าระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 
หรือ "VAT Refund for Tourists"



ประเทศไทยของเรามีความอุดมสมบูรณ์ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย

ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ภาครัฐฯและกรมสรรพากร มีนโยบายในการเพิ่มช่องทางการขอ "VAT Refund" ให้กับนักท่องเที่ยว และเมื่อเร็วๆนี้ทางกรมสรรพากรได้ดำเนินการเสนอข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้าร่วมเป็นผู้ขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวโดยปรับตัวเข้าสู่ระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย หรือที่เรียกว่า "Vat Refund for Tourists"ค่ะ รายละเอียดจะเป็นเช่นใด เรียนเชิญทุกท่านที่สนใจเข้าสู่ระบบและขออนุมัติเป็นผู้ขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว ติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ

#ขอขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร

คุณสมบัติของผู้ประกอบการ
1. เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
2. เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7
3. ไม่เป็นผู้ประกอบการที่ถูกเพิกถอนการเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ถูกเพิกถอน

การยื่นคำขออนุมัติเป็นผู้ประกอบการ
1. ยื่นแบบกระดาษด้วยแบบคำขออนุมัติ (คท.1) ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือที่กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรมสรรพากร กรณีเป็นสถานประกอบการที่อยู่ในการกำกับดูแลของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่

2. ยื่นคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.rd.go.th/vrt

ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติของผู้ประกอบการในระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว

1. ผู้ประกอบการแต่ละสถานประกอบการต้องขอรับและติดแผ่นป้าย “VAT Refund for Tourists” แสดงไว้ ณ ที่เปิดเผยให้นักท่องเที่ยวเห็นได้ชัดเจน
2. ขอรับแบบคำร้องขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว (ภ.พ.10) จากสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่เป็นรายสถานประกอบการ
3. เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยว และยื่นแบบแสดงรายการและนำส่งภาษี ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
4. จัดทำใบกำกับภาษีขายและต้องระบุเลขที่หนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวลงในใบกำกับภาษีขายทุกฉบับ กรณีนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าจากสถานประกอบการแห่งเดียวกันในวันเดียวกัน มีมูลค่ารวมตามใบกำกับภาษีไม่น้อยกว่า 2,000 บาท ให้จัดทำแบบคำร้องขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว (ภ.พ.10) และส่งมอบให้นักท่องเที่ยวพร้อมต้นฉบับใบกำกับภาษี

5. จัดทำรายงานคำร้องขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว (คท.9) และเก็บรักษาไว้ ณ สถานประกอบการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
6. กรณีผู้ประกอบการมีการเพิ่ม ลด ย้ายสถานประกอบการ เปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการ หรือไม่ประสงค์จะเป็นผู้ประกอบการในระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวแล้ว ให้แจ้งต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ในท้องที่ที่สถานประกอบการซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

สิทธิพิเศษของผู้ประกอบการในระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว
1. ใช้ป้ายสัญลักษณ์ระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว โดยติดต่อขอรับป้ายสัญลักษณ์ได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ตั้งสถานประกอบการและผู้ประกอบการสามารถจัดทำป้ายสัญลักษณ์รูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด ตามขนาดที่เหมาะสมกับสภาพสถานประกอบการได้

2. ได้รับสิทธิให้ใช้สัญลักษณ์ระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวเผยแพร่ในเอกสารหรือ website ของทางบริษัท เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย

3. ได้รับการส่งเสริมการขาย โดยกรมสรรพากรจะประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถานประกอบการ เช่น ภาพถ่ายสถานประกอบการ ภาพถ่ายสินค้าหรือแผนที่ตั้ง เป็นต้น ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร
4. ได้รับสื่อเผยแพร่ต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวเป็นภาษาต่างประเทศ ในการสื่อสารทำความเข้าใจกับลูกค้าชาวต่างชาติ

5. ได้รับสื่อโฆษณาภาษาต่างประเทศ เพื่อแสดงขั้นตอนการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว ในการสื่อสารทำความเข้าใจกับลูกค้าชาวต่างชาติ

6. ได้รับคู่มือการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการในระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

7. สามารถขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปแนะนำการปฏิบัติเกี่ยวกับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว ณ สถานประกอบการได้

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับท่านที่สนใจเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว
Email: vrefund@rd.go.th , โทร: 022729384-5, 022728195 ติดต่อกลุ่มบริหารการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว กรมสรรพากร

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

6 ประเด็นนำเสนอเพื่อการแก้ไขกฎหมายภาษีสรรพากรสำหรับโครงสร้างภาษีใหม่ '62

6 ประเด็นนำเสนอเพื่อการแก้ไขกฎหมายภาษีสรรพากร
สำหรับโครงสร้างภาษีใหม่ปี 2562 
อ้างอิงเนื้อหาข่าวจาก: Sanook.com
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะเร่งแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร ซึ่งจะรีบดำเนินการก่อนการเลือกตั้ง หากทำไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งใหม่อาจจะไม่ดำเนินการต่อ เนื่องจากการขยายฐานภาษีเป็นเรื่องที่รัฐบาลเลือกตั้งหลีกเลี่ยงที่จะดำเนินการ เพราะทำให้เสียความนิยมได้ โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนที่มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ได้นำเสนอผลการศึกษาการแก้ไขกฎหมายภาษีสรรพากรใน 6 ประเด็น ได้แก่
1.ประเด็นธรรมาภิบาลการจัดเก็บภาษีและบริหารภาษีอากร โดยเสนอให้กำหนดนโยบายเชิงรุกเพื่อขยายฐานการจัดเก็บภาษี โดยให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะมีเงินมากกว่าหรือน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดา และให้ประชาชนเปิดเผยจำนวนเงินที่ได้รับการยกเว้นภาษีในแบบแสดงรายการ แม้ในปีภาษีดังกล่าวจะไม่มีภาษีที่ต้องชำระก็ตาม
2.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เสนอปรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้เหลือเพียง 3 ประเภท ได้แก่ เงินได้จากน้ำพักน้ำแรง, เงินได้จากทรัพย์สินและการลงทุน และเงินได้จากธุรกิจและอื่นๆ รวมทั้งเสนอให้มีการหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น ตามประเภทของประเภทเงินได้ จากปัจจุบันที่หักค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท อีกทั้งยังให้มีการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลดลงเป็น 25% จากปัจจุบัน 35% ใกล้เคียงกับภาษีเงินได้ของนิติบุคคล และขยายช่วงเงินได้สำหรับแต่ละอัตรา เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการประกอบธุรกิจ แต่ยังไม่พร้อมจะเป็นนิติบุคคล
3.ภาษีเงินได้นิติบุคคล เสนอให้ปรับลดอัตราภาษีและภาระภาษีรวมอยู่ที่ไม่เกิน 25% จากปัจจุบันภาษีนิติบุคคลของไทยเสียอยู่ที่ 20% และต้องเสียภาษีเงินปันผลอีกประมาณ 10% ทำให้มีภาระภาษีรวมประมาณ 28% รวมถึงให้กลุ่มบริษัทเดียวกันมีสิทธิคำนวณกำไรเสียภาษีรวมแบบกลุ่ม ป้องกันการถ่ายโอนราคาสินค้าบริหารเพื่อเสียภาษีให้น้อยลง อีกทั้งเสนอให้กำหนดอัตราภาษี ณ ที่จ่าย เพียงอัตราเดียวสำหรับเงินได้ทุกประเภท และปรับวงเงินขั้นต่ำที่จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระของผู้จ่ายเงินได้ในการตีความ 
4.ภาษีมูลค่าเพิ่ม จากปัจจุบัน ที่กำหนดบังคับเฉพาะผู้ประกอบการที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการเจตนาแสดงรายได้ไม่ถึงเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวนมาก ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้อง คณะอนุกรรมการฯ จึงเสนอให้ปรับปรุงแก้ไขเงื่อนไขการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มแบบปกติ (ภาษีขายหักภาษีซื้อ) จากเดิมรายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป ให้สูงขึ้น เช่น 10 ล้านบาทต่อปี
5.ภาษีธุรกิจเฉพาะ เสนอให้มีการยกเลิกจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 0.1% จากรายรับจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
6.ภาษีอากรแสตมป์ เสนอให้ยกเลิกการเก็บภาษีอากรแสตมป์ทั้งหมด เนื่องจากซ้ำซ้อนกับการเก็บภาษีประเภทอื่น และมีจำนวนน้อยและมีค่าใช้จ่ายในการติดตามตรวจสอบสูงกว่าภาษีอากรแสตมป์เก็บได้
รับฟังเสียงคลิปข่าว